fiction

เนม(Name) ตอนแรก เด็กชายที่ไม่มีชื่อ

นี่นายคิดว่าชื่อใครจะเพราะที่สุด

ฉันไม่เคยกังวลกับเรื่องพวกนี้ นายสนใจมันรึ ??

แต่ชื่อมันจะอยู่กับนายไปทั้งชีวิตเลยนะ

ฉันไม่สน

บทสนทนาของวันวานยังคงก้องอยู่ในหัวอย่างไม่มีทางลบออกได้ง่ายๆ จริงอยู่เมื่อวานคิดอย่างนั้น แต่วันนี้กับเมื่อวานมันไม่เกี่ยวกันสักหน่อย

มือผมสั่นไม่หยุดขณะเอื้อมมือไปหยิบแผ่นป้ายเล็กๆจากมืออันแห้งกร้านของชายชราหัวหน้าหมู่บ้าน ด้านหลังของแผ่นป้ายบันทึกถึงสิ่งสำคัญที่กำลังจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มันคือชื่อของผมเอง

เป็นธรรมเนียมของหมู่บ้านแห่งนี้ที่เด็กทุกคนที่เกิดมาจะถูกเลี้ยงดูมาแบบไม่มีชื่อให้เรียกขานจนกว่าจะมีอายุครบ 15 ปีบริบูรณ์จึงจะสามารถมีชื่อเป็นของตัวเองได้ ซึ่งวันนี้ก็คือวันพิธีมอบชื่อซึ่งเด็ก 15 ปีจะมารวมตัวกันรับชื่อที่เหมาะสมกับตัวเองจากหัวหน้าหมู่บ้าน โดยปกติแล้วตัวงานจะมีขึ้น 2 วัน คือ วันแรกคือส่วนของพิธีรับรู้ และ วันที่สองจะเป็นส่วนของพิธีรับรอง

ลานประชุมกลางหมู่บ้านแน่นขนัดไปด้วยผู้คน อาจเป็นเพราะลานที่นี่เล็กเกินไปจึงทำให้ดูว่ามีคนมากมายเป็นพิเศษ ม้านั่งหินอ่อนที่เคยเห็นว่ามีมากกลับกลายเป็นมีน้อยเกินไปสำหรับผู้มาเข้าร่วม สีเขียวชอุ่มของพืชพรรณถูกทดแทนด้วยสีแสบตาจากเสื้อผ้าหลายๆตัว เสียงคนคุยกันดังระงมจนกลบเสียงของธรรมชาติหมดสิ้น

แต่น่าแปลกที่ผมกลับไม่ได้รับรู้ถึงสิ่งใดเลย

ผมคว้าแผ่นป้ายมาไว้ในมือ หลายคนได้รับมาแล้วก็พลิกดูชื่อตัวเองในทันทีโดยไม่แยแส แต่ผมทำอย่างนั้นไม่ได้ ความรู้สึกต่อต้านบางอย่างในตัวค้านไม่ให้เปิดดู เสียงภาวนาในใจดังขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด พลางมือพลิกด้านหลังของป้ายขึ้นมาช้าๆ

ไปอะไรไปหน่ะ เห็นชื่อตัวเองแล้วก็อ่านให้คนอื่นในหมู่บ้านฟังมั่งสิ ชายชราหัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยขึ้นหลังจากเห็นผมพลิกแผ่นป้ายดูชื่อแล้วนิ่งเงียบไปนาน

จะให้ผมอ่านได้ยังไงหล่ะในเมื่อผมยังหลับตาปี๋ไม่กล้าดูอย่างนี้ T T

กล้าหาญ ..เด็กคนนี้ชื่อ กล้าหาญ ดูท่าคุณปู่หัวหน้าหมู่บ้านแกคงจะรำคาญเกินทนเลยคว้าป้ายไปจากมือผมหมับแล้วประกาศให้ทุกคนฟังเองเลย

อะไรนะ ..นั่นชื่อเราเหรอ ..กล้าหาญ

คนแรกได้รับชื่อ ชยุตม์ .. คนที่สองที่นนทกร คนที่สามชื่อ ส่วนเราได้แค่ชื่อ ...กล้าหาญ ..เท่านี้เองเหรอ ใจผมหล่นวูบ ความรู้สึกเหมือนเวลาฟังประกาศคะแนนที่เพื่อนๆได้รับคะแนนสูงๆแต่ตัวเรากลับเป็นคนเดียวที่สอบตก ผิดหวังและเสียใจ

ไหนนายบอกว่านายไม่สนใจเรื่องชื่อไง แล้วจะมานั่งเครียดทำไม

ก็ชื่อมันต้องอยู่กับฉันไปทั้งชีวิตนี่หว่า

ฉันไม่สนไง เหมือนที่นายบอกฉันครั้งแรก

พูดได้สิวะในเมื่อชื่อแกมันเพราะ ไอ้คุณนนทกร

สงสัยตาแก่หัวหน้าหมู่บ้านนั่นเกลียดฉัน ใช่แน่ๆ เค้าต้องเกลียดฉันแน่ๆเลย ทั้งๆที่ฉันเองก็ไม่ได้จะไปยุ่งวุ่นวายอะไรกับเขาสักหน่อย ทำไมเขาต้องมาจงเกลียดจงชังฉันด้วยวะ

ไม่ได้ไปยุ่งของนายหน่ะ ครั้งสุดท้ายนายไปฉี่รดกำแพงบ้านเขาไว้นะเว้ย

ก็ใครใช้ให้ตาแก่นั่นมาตีนิลมังกรของฉันก่อนหล่ะ

ก็นิลมังกรหมาสุดที่รักของนายไปฉี่รดกำแพงบ้านเขาเหมือนกันนี่หว่า

พอกันทั้งคนทั้งหมา นนทกรแอบบ่นเบาๆ

สายลมยาวค่ำคืนยังคงไว้ซึ่งความชุ่มชื่นเช่นเคย แสงจันทร์สีนวลส่องผ่านหน้าต่างที่เปิดอ้าค้างไว้เป็นวงแสงขนาดใหญ่สีขาวบนพื้น

ผมเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง

บ้านหลายหลังในแถวนี้ยังคงเป็นเพียงบ้านไม้ง่ายๆที่ทำเพียงเพื่อพอให้อยู่อาศัยได้ ในขณะที่พ่อมักเล่าให้ฟังเสมอๆว่าคนในเมืองหลวงนั้นอยู่ในบ้านที่ก่อสร้างด้วยอิฐและปูนอย่างดี ไม่ต้องกังวลเรื่องฟ้าฝนที่อาจจะรั่วลงมาได้ทุกเมื่อ ตึกอาคารสำคัญๆก็โอ่โถงงดงาม ที่สำคัญ มันใหญ่ขนาดที่เอาบ้านเรารวมกับบ้านของคนในละแวกนี้อีกสัก 10 หลังก็ยังกว้างได้ไม่เท่าเลย

เพียงเรื่องเล็กๆแค่นี้เมืองสุดเขตแดนอาณาจักรอย่างเราก็ไม่มีอะไรจะไปเทียบเขาได้แล้ว หากสักวันเราต้องออกเดินทางหล่ะ ไปยังที่ๆศิวิไลอย่างนั้น เราที่ไม่มีอะไรดีล้ำเลยสักอย่าง ..แม้แต่ชื่อ เราจะไม่อับอายเขาหรือไงนะ

ไม่ยอม ผมไม่มีวันยอมรับแน่ๆ รวมทั้งชื่อเชยๆนี่ด้วย

นายคิดจะเปลี่ยนชื่อเหรอ?? นนทกรร้องเสียงหลงเมื่อรับรู้ความคิดแปลกๆของผม

เบาๆสิ เดี๋ยวคนอื่นก็ได้ยินหรอก

ไม่เห็นจำเป็นต้องเปลี่ยนเลย แค่ชื่อ ไม่มีอะไรเสียหายสักหน่อย

ฉัน จะ เปลี่ยน ชื่อ เข้าใจมั้ย ผมเลือกที่จะไม่บอกเหตุผล บางทีผมก็กลัวว่ามันจะหัวเราะเอากับความคิดของผมเพราะเหตุผลของผมไม่ว่ามองมุมไหนมันก็รู้สึกว่าไร้สาระจริงๆ แต่อย่างน้อยในเวลานั้นผมก็ไม่ได้คิดอย่างนั้น

แน่ใจเหรอ ไม่ค่อยมีใครกล้าเปลี่ยนชื่อที่หัวหน้าหมู่บ้านตั้งให้หรอกนะ เขาเป็นถึงผู้ชำนาญด้านอาคมเวทมนต์เชียวนะ ถึงตอนนี้จะแก่ตัวลงแล้วก็ตามทีเถอะ แต่ฝีมือแกก็ยังคงอยู่ น่ากลัวนา

ไม่ค่อยมีก็แสดงว่ามีนะสิ คนที่คิดแบบเดียวกับฉันหน่ะ

ก็ ถ้านายต้องการจะเปลี่ยนชื่อจริงๆ สิ่งแรกที่นายต้องทำคือหาชื่อใหม่ที่เหมาะสมกว่านี้มาให้ได้ และนายก็ต้องพิสูจน์ให้เขาเห็นให้ได้ว่ามันเหมาะสมกับนายมากกว่าชื่อเก่า

------------------------------------------------------------------------------------

สนุกไม่สนุก ... ต่อตอนที่ 2 เลยดีกว่าครับ