ระยะห่างบนโลกออนไลน์

posted on 27 May 2010 16:48 by giguntic  in daily-life

ตั้งแต่เริ่มทำงานเกือบครึ่งปี ผมก็ห่างหน้าหายตาไปจากกลุ่มเพื่อนฝูงไปพอสมควร เพราะดันไปได้งานต่างจังหวัดเข้า

แต่ก็นั่นแหละครับ ... ปัจจุบันเทคโนโลยีโลกนี้เขาไปกันถึงไหนแล้ว ...

เชื่อมั้ยเดี๋ยวนี้เรื่องเพื่อนไปเรียนต่อต่างประเทศไม่ใช่เรื่องสะเทือนใจสำหรับผมอีกต่อไปแล้ว ... ไม่ใช่เพราะใจหินเข้มแข็งอะไรหรอก ... แต่พอมาทำงานต่างจังหวัดที่ไม่ได้นัดเจอหน้ากันบ่อย ๆ เหมือนเก่า ... ก็อาศัยเห็นหน้าค่าตากันผ่านหน้าต่าง msn แทน ... เจอกันในโลกออนไลน์ด้วยก็คุยกันได้ไม่ต่างจากเห็นหน้า

ทีนี้เมื่อใครสักคนไปต่างประเทศขึ้นมาล่ะเป็นอย่างไร

กระบวนการนั่งเครื่องบินข้ามประเทศไม่รู้กี่พันหมื่นกิโลสร้างระยะห่างที่สายตาไม่สามารถมองเห็นกันได้อีก ใช้เวลาอีกไม่รู้กี่ชั่วโมงกับการเดินทางบนเครื่องบิน

และไอ้เวลาไม่รู้กี่ชั่วโมงนั่นแหละที่มันใช้หายตัวไปจากโลกไซเบอร์ ... หลังจากนั้นไม่นานมันก็แย้มหน้าโผล่มาที่หน้าต่าง msn เหมือนเดิม

... อยู่ที่ไหนก็ไม่มีอะไรต่างไปจากเดิมเลย ...

เทคโนโลยีย่อโลกได้ถึงขนาดนี้เชียวนะ

เหตุการณ์อีกครั้งหนึ่งเกิดขึ้นเมื่อคราวที่ผมต้องอยู่ทำงานดึกที่ออฟฟิศ อารมณ์วีนเหวียงที่ต้องอยู่ดึกทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่ ผมเลยเข้าmsnแล้วไล่ทักสมาชิกขาประจำที่ออนไลน์เจอหน้ากันอยู่เสมอ ๆ แต่ไม่ค่อยจะได้คุยกันเท่าไหร่

หลังจากทักทายประโยคแรกได้ไม่กี่นาที คำตอบที่ได้รับกลับมาก็ประมาณนี้

"เป็นยังไงบ้าง ... ไม่ได้คุยกันตั้งนานเลย ... เป็นยังไงบ้าง ... สบายดีมั้ย ... คิดถึ๊งคิดถึง ..."

... อะไรประมาณนั้น ...

ระยะหลังมานี้ผมเริ่มรู้สึกว่าmsnกลายเป็นห้องของพื้นที่ความสัมพันธ์สำหรับผมไปแล้ว ... พอเห็นชื่อใครออนไลน์ ... ก็รับรู้ได้ว่าใครคนนั้นสบายดี(ถ้าไม่สบายมันคงไม่ว่างมาออนไลน์)แม้ไม่ได้คุยกันก็ตาม ... แต่เมื่อสบโอกาสคุยกันอีก หลายครั้งรู้สึกว่าเราห่างเหินกันจริง ๆ 

มันก็เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่สะกิดใจผมขึ้นมาน่ะครับ คนอื่นอาจไม่รู้แปลกแบบผมก็ได้ 

ผมว่าจริง ๆ แล้วเทคโนโลยีย่อโลกได้ ... แต่คนต่างหากที่ทำให้ระยะห่างของความสัมพันธ์มันหดสั้นลง  

ปาย ... สมใจอยาก

posted on 03 Nov 2009 02:52 by giguntic  in daily-life

 

ในที่สุดก็กลับมาอยู่บ้านจนได้ครับ ... ทริปปายสำเร็จด้วยดี

ผมว่าปายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองโรแมนติกเมืองหนึ่งเท่าที่วัยรุ่นส่วนใหญ่จะนึกถึง ... หลายคนหลงเสน่ห์ปายถึงขึ้นมาปักหลักใช้ชีวิตที่นี่ ... ยิ่งหลายคนหลงไหล ... ผมยิ่งอยากรู้ว่าที่นี่เป็นอย่างไร ... วันดีคืนดีเลยเก็บผ้าเก็บผ่อนผ่าน 792 โค้ง(หรือถ้ารวมโค้งตั้งแต่กรุงเทพมันจะกลายเป็นกี่โค้งก็ไม่รู้)มาถึงปายจนได้

เวลา 3 คืนทำให้ผมเห็นปายในมุมมองของตัวเอง ... มุมมองที่ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าจริงๆแล้วเสน่ห์ของปายคืออะไร ... อีกอย่าง ... หนังสือหรือเวปไซต์หลายๆแห่งชอบบอกว่าปายเปลี่ยนไป ... เปลี่ยนไปยังไง ... ใครรู้บอกผมทีครับ

แต่ถึงคิดแบบนั้นแต่ผมก็พบเรื่องเล็กๆน่ารักๆในปายมาเล่าให้ฟังด้วย ... เรื่องที่เจอมากับตัวแล้วอดไม่ได้อยากเอามาเล่าให้ฟัง

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ... วันนั้นผมไปซื้อโรตีร้านหนึ่งซึ่งมีชาวต่างชาติรอคิวอยู่ก่อนแล้ว ... หลังจากสั่งเสร็จผมก็ยืนมองอาบังคนขายเล่นมายากลเปลี่ยนแป้งเป็นแผ่นโรตี(ผมคิดว่ามันสนุกดีออก)เรื่อยเปื่อย ... พอทำเสร็จก็เก็บเงิน

ชาวต่างชาติ : ท่าวหล่ายค่ะ

อาบัง : สามสิบ (ชู 3 นิ้วประกอบท่าทางด้วย)

ชาวต่างชาติ : สาม ... สิบ (ทำท่างงๆก่งก๊งเล็กน้อย) ... เยส ... สามสิบ

เหมือนเพิ่งเข้าใจว่าสามสิบคืออะไรจึงค่อยจ่ายเงินพลางหัวเราะเอิ๊กอ๊าก ... แล้วก็หันมายิ้มกับผม 

ชาวต่างชาติ : กามลางหาดพูดค่า

น่ารักไหมครับ ... ผมว่าชาวต่างชาติที่มาเที่ยวต่างประเทศแล้วพยายามหัดพูดภาษาเจ้าบ้านเป็นภาพที่น่ารักจัง ... ดูเป็นนักท่องเที่ยวที่ถ่อมตน ... มาบ้านใครก็น่าจะพูดภาษาเดียวกับเขาให้ได้หน่อยจริงไหม ... มันจะอภิสิทธิ์เกินไปไหมที่ออกเดินทางทั่วโลกโดยคิดแต่จะใช้ภาษาตัวเองโดยหวังว่าชาติอื่นๆจะต้องเข้าใจ

แล้วเขาก็หันมาถามว่าผมสั่งอะไร ... ไอ้เราก็สั่งโรตีซะชื่อเรียกยากเชียว ... จนปัญญาจะแปลเป็นภาษาอังกฤษเลยได้แต่ชี้ให้ดูที่อาบังกำลังทำแล้วบอกว่า like this ... ดูไว้แล้วไปตั้งชื่อเอาเองก็แล้วกัน ^^"

-------------

อีกเรื่องเป็นเรื่องของร้านอาหารตามสั่งที่นั่นครับ ...

ด้วยความไม่กินผัก ... เมนูอาหารที่ผมสั่งมักจะห้อยท้ายด้วยประโยค ... ไม่ใส่ผักครับ ... เสมอ

ผมไปกินร้านอาหารที่ว่านี่ 2 ครั้ง ... ครั้งที่สองผมสั่งแหนมผัดไข่ราดข้าวโดยไม่ได้ห้อยประโยคพิเศษไปเพราะคิดว่ามันคงไม่มีผัก ...

... แล้วผักก็มาเต็มจาน ...

ไม่เป็นไรกูเขี่ยออกได้เว้ย ... ก็นั่งเขี่ยไปกินไป ... พอจ่ายเงินป้าที่เดินมาเก็บเงินคล้ายตกใจเล็กๆที่เห็นซากผักที่ไม่ได้รับการเหลี่ยวแลอยู่เต็มจาน ... แล้วก็อุทานขึ้นมาเบาๆ

" อ๋อ ... น้องที่สั่งไม่ใส่ผักคราวที่แล้วนี่เอง "   

ผมเลยยิ้มให้ ...

คิดว่าผมประทับใจอะไรครับให้ทาย ... คิดละสิว่าผมประทับใจว่าคนที่นี่มีน้ำใจดี ... ช่างใส่ใจ ... ช่างจดจำลูกค้า ... ถ้าคิดว่าเป็นคำตอบสวยงามพวกนั้นผิดหมด !!

เรื่องของเรื่องก็คืออย่างที่ผมบอกไป ... ป้าจำได้ว่าผมเป็นคนที่คราวที่แล้วมากินอาหารแล้วสั่งว่าไม่ใส่ผัก ...

... แล้วทำไมข้าวผัดคราวที่แล้วถึงมีผักเต็มจานเลยวะห๊ะ!!!!!!!!! ...

ประทับใจเลย ... ป้าแสบได้ใจมาก ...

--------------------

ใครเคยไปหรือไม่เคย ... ปายของคุณเป็นอย่างไร ... มาเล่าให้ผมฟังบ้างสิครับ           

edit @ 3 Nov 2009 03:42:42 by จอมยุทธ์กริน